ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุ และอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและ ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้น นั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยและ ปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ทุกมูลกนัย จบ
ติกมูลกนัย
{๑๕๔๘} [๓๒๖] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใด ไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้ แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล นั้นละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัย ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและ มานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี