โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{๑๑๗๘} อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัส บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัส บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ