สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่ง เป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัย ขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอิงอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอิงอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทัยวัตถุอิงอาศัย ขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อิงอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อิงอาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอิงอาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อิงอาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอิงอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น จักขุวิญญาณอิงอาศัย จักขายตนะเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณอิงอาศัยกายายตนะเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็น อเหตุกะซึ่งเป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยาอิงอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอิงอาศัย หทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)
{๓๘๖} สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤเกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อิงอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอิงอาศัยหทัยวัตถุ เกิดขึ้น (๑)
(พึงขยายให้พิสดารเหมือนในปัจจยวาร)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๓๘๗} [๓๓๕] นเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ