Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 42 หน้าที่ 12

<< | หน้าที่ 12 | >>
สภาวธรรมที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุโดย อธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ

อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะทำเหตุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เหตุ และสัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้น

สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นเหตุ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ เหตุ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๓)

[๒๒] สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ

อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ... (พึงขยายให้พิสดารจนถึงขันธ์ที่ไม่ เป็นเหตุ)

สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุโดยอธิปติปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ

อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ... (ย่อ พึงเพิ่มข้อความจนถึงหทัยวัตถุ และขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุ)

สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตเหตุโดย อธิปติปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่ไม่เป็นเหตุโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ

อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุและเหตุจึงเกิดขึ้น บุคคลพิจารณากุศลที่เคย สั่งสมไว้ดีแล้ว (พึงเพิ่มข้อความจนถึงหทัยวัตถุและขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุ)

สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์เหตุ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๓)


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka