[๑๑๗] สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะสัมปยุตด้วยอาสวะและที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ทิฏฐาสวะและอวิชชาสวะอาศัยกามาสวะและสัมปยุตตขันธ์เกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัยทั้งหมด) (๑)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะสัมปยุตด้วยอาสวะและที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะและอาศัยอาสวะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอาสวะสัมปยุตด้วยอาสวะและที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็น อาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะสัมปยุตด้วยอาสวะและที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทิฏฐาสวะและอวิชชาสวะอาศัย ขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะและอาศัยกามาสวะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)
(พึงผูกเป็นจักกนัย พึงเพิ่มปัจจัยทั้งหมดอย่างนี้)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๔๐๖} [๑๑๘] เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
(ทุกปัจจัย มีปัจจัยละ ๙ วาระ ย่อ)
กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ (ไม่มีวิบาก)
อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
อนุโลม จบ