[๖๓] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่วิปปยุตจากคันถะ ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์เกิดระคนกับโลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิ สัมปยุตตขันธ์เกิดระคนกับปฏิฆะ (๒)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและเกิดระคนกับโลภะ ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัสและเกิดระคนกับปฏิฆะ ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ (ย่อ)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
{๕๔๑} [๖๔] เหตุปัจจัย มี ๖ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๖ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๖ วาระ
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๖ วาระ)
วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๖ วาระ
อนุโลม จบ
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
{๕๔๒} [๖๕] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ... ที่ไม่มีเหตุซึ่งวิปปยุตจากคันถะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดระคนกับขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ (ย่อ)