สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากอุปาทาน เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่วิปปยุตจาก อุปาทานเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยโลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๑)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอุปาทาน และที่วิปปยุตจากอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและอาศัยโลภะเกิดขึ้น (๑)
... เพราะนอธิปติปัจจัย เพราะนอนันตรปัจจัย เพราะนสมนันตรปัจจัย เพราะนอุปนิสสยปัจจัย
นปุเรชาตปัจจัยเป็นต้น
{๔๓๑} [๕๓] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย อุปาทานเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัย ขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอุปาทาน เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ โลภะอาศัยขันธ์ที่สหรคต ด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สัมปยุตด้วย อุปาทานเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอุปาทานและที่วิปปยุตจากอุปาทานอาศัยสภาวธรรม ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ และโลภะอาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งสัมปยุตด้วยทิฏฐิเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)
[๕๔] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจาก อุปาทานเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัย