[๑๑] สภาวธรรมที่เป็นกิเลสทำสภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลสให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ และอโนตตัปปะทำโลภะและสัมปยุตตขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (พึงทำเป็นจักกนัย) กิเลสทำโลภะและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสทำสภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลสให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่ เป็น กิเลสและทำกิเลสให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปทำ กิเลสและมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่เป็นกิเลสทำกิเลสและหทัยวัตถุ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลสทำสภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็น กิเลสให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะและจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นกิเลสและทำโลภะให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (พึงทำเป็นจักกนัย) โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะและสัมปยุตตขันธ์ทำโลภะและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้น (พึงทำเป็นจักกนัย) (๓)
(ในอารัมมณปัจจัย บทที่มีสภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นมูล พึงเพิ่ม ปัญจวิญญาณ)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
{๔๘๗} [๑๒] เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)
วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ