Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 43 หน้าที่ 387

<< | หน้าที่ 387 | >>
สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็น วิบากและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๑)

วิปากปัจจัยเป็นต้น


{๕๓๑} [๖๓] สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลส ไม่ทำให้เศร้าหมองโดยวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ

{๕๓๒} สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย

วิปปยุตตปัจจัย


{๕๓๓} [๖๔] สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำ ให้เศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ (ย่อ) (๑)

สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ และปัจฉาชาตะ (ย่อ) (๑)

สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย (๒)

อัตถิปัจจัยเป็นต้น


{๕๓๔} [๖๕] สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลส ทำให้เศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร)


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka