Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 43 หน้าที่ 490

<< | หน้าที่ 490 | >>
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ (ย่อ)

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกโดย อัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ

สหชาตะ ได้แก่ วิตกเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดย อัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิตกเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปโดย อัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิตกและสัมปยุตตขันธ์โดย อัตถิปัจจัย

ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น วิตก และสัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้น หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิตกและสัมปยุตตขันธ์โดยอัตถิปัจจัย (๓)

[๑๓๓] สภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดย อัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ

สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ

สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดย อัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ (ในปฏิสนธิขณะ พึงทําแม้สหชาตะ ให้เป็น ๒ วาระ) (๑)

สภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกโดย อัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ

สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีวิตกและวิตกเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka