ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นรูปาวจรให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ใน ปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นรูปาวจรทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑) (ย่อ)
นอธิปติปัจจัย
{๗๖๒} [๒๔๑] สภาวธรรมที่เป็นรูปาวจรทำสภาวธรรมที่เป็นรูปาวจรให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปาวจรทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปาวจรให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น เพราะนอธิปติปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร)
สภาวธรรมที่เป็นรูปาวจรทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปาวจรให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น เพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นรูปาวจรทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นรูปาวจรทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สภาวธรรมที่เป็นรูปาวจรและที่ไม่เป็นรูปาวจรทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปาวจร ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นรูปาวจรทำ หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)
[๒๔๒] สภาวธรรมที่เป็นรูปาวจรทำสภาวธรรมที่เป็นรูปาวจรและที่ไม่เป็น รูปาวจรให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นรูปาวจร ทำขันธ์ที่เป็นรูปาวจรและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ เป็นวิบากซึ่งเป็นรูปาวจร และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นรูปาวจรและและทำหทัยวัตถุให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ