[๒๖] สภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ อาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลซึ่งวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ อาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตซึ่งวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ ของอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตซึ่งวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ อาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตซึ่งวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ ของอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑) (ย่อ)
[๒๗] เหตุปัจจัย มี ๗ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ
วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๗ วาระ
(ย่อ สหชาตวาร ฯลฯ สัมปยุตตวาร เหมือนกับปฏิจจวาร)
[๒๘] สภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกุศลซึ่งวิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ โดยเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ