สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานซึ่งเป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
[๙๔] สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น อารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วย ตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิ ไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและ ทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและ ทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและ ทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิ ยึดถือเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑) (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ