สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะ เป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๓ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
[๑๑๓] สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มี ปริตตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะ เป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๒ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
[๑๑๔] สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรม ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่มี มหัคคตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่มี อัปปมาณะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๓ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
๑๔. หีนติกะ ๑. กุสลติกะ
๑. ปฏิจจวาร เหตุปัจจัย
[๑๑๕] สภาวธรรมชั้นกลางซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมชั้นกลางซึ่งเป็นกุศล เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมชั้นประณีตซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมชั้นประณีตซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๒ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)