สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรม ที่เป็นเหตุซึ่งไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัย มีปัจจัยละ ๙ วาระ ไม่มีวิบาก)
[๖๑] สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ ไม่มีวิบาก)
สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาว ธรรมที่เป็นเหตุซึ่งไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ ไม่มีวิบาก)
[๖๒] สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีเหตุอันต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค อาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีเหตุอันต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)
สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีเหตุอันไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีเหตุอันไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)
[๖๓] สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีเหตุอันต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีเหตุอันต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)
สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีเหตุอันไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีเหตุอันไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)
[๖๔] สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีวิตกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีวิตก เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)
สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งไม่มีวิตกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งไม่มีวิตกเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)