สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ และไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือ เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่ เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย (๕)
{๔๘} สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือ และเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ และไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือ เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่ เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย