๔. กาณมาตุสิกขาบท
{๓๒๔} ภิกษุรับขนมเต็ม ๒-๓ บาตร แล้วรับเกินกว่านั้น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังรับ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อรับแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๕. ปฐมปวารณาสิกขาบท
{๓๒๕} ภิกษุฉันแล้ว บอกห้ามภัตตาหารแล้ว เคี้ยวของเคี้ยวหรือฉันของฉันที่ไม่เป็นเดน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุก ๆ คำกลืน
๖. ทุติยปวารณาสิกขาบท
{๓๒๖} ภิกษุนำของเคี้ยวหรือของฉันที่ไม่เป็นเดนไปปวารณาภิกษุผู้ฉันเสร็จแล้ว บอก ห้ามภัตตาหารแล้ว ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ภิกษุรับไว้ตามคำของภิกษุนั้นด้วยตั้งใจว่า “จะเคี้ยว จะฉัน” ภิกษุ ผู้นำไปต้องอาบัติทุกกฏ
๒. เมื่อภิกษุผู้รับนั้นฉันเสร็จ ภิกษุผู้นำไปปวารณา ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๗. วิกาลโภชนสิกขาบท
{๓๒๗} ภิกษุเคี้ยวของเคี้ยวหรือฉันของฉันในเวลาวิกาล ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะเคี้ยว จะฉัน” ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุก ๆ คำกลืน
๘. สันนิธิการกสิกขาบท
{๓๒๘} ภิกษุเคี้ยวของเคี้ยวหรือฉันของฉันที่เก็บสะสมไว้ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ