Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 8 หน้าที่ 156

<< | หน้าที่ 156 | >>
๓. ตติยปาฏิเทสนียสิกขาบท


{๓๘๕} ภิกษุรับของเคี้ยวหรือของฉันในตระกูลที่ได้รับสมมติว่าเป็นเสขะด้วยมือตนเองแล้ว ฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะฉัน” ต้องอาบัติทุกกฏ

๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุก ๆ คำกลืน

๔. จตุตถปาฏิเทสนียสิกขาบท


{๓๘๖} ถาม : ภิกษุผู้ที่ไม่ได้รับแจ้งไว้ก่อนรับของเคี้ยวหรือของฉันด้วยมือตนเองในอาราม ในเสนาสนะป่าแล้วฉัน ต้องอาบัติเท่าไร

ตอบ : ภิกษุผู้ที่ไม่ได้รับแจ้งไว้ก่อนรับของเคี้ยวหรือของฉันด้วยมือตนเองใน อารามในเสนาสนะป่าแล้วฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะฉัน” ต้องอาบัติทุกกฏ

๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุก ๆ คำกลืน

ภิกษุผู้ที่ไม่ได้รับแจ้งไว้ก่อนรับของเคี้ยวหรือของฉันด้วยมือตนเองในอารามใน เสนาสนะป่าแล้วฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่างเหล่านี้

ปาฏิเทสนียะ ๔ สิกขาบท จบ


๗. เสขิยกัณฑ์


คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในเสขิยกัณฑ์


๑. ปริมัณฑลวรรค


สิกขาบทที่ ๑


{๓๘๗} [๑๗๕] ถาม : ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ครองอันตรวาสกย้อยข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง ต้องอาบัติเท่าไร

ตอบ : ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ครองอันตรวาสกย้อยข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ


สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka