Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 8 หน้าที่ 262

<< | หน้าที่ 262 | >>
ตอบ : เพราะเรื่องที่ภิกษุณีจัณฑกาลีอันภิกษุณีสงฆ์กล่าวอยู่ว่า “แม่เจ้า ท่าน ยังไม่ควรบวชให้กุลธิดา” รับคำแล้ว ภายหลังกลับบ่นว่า

ในสิกขาบทที่ ๖ นั้นมี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ สมุฏฐาน ฯลฯ

สิกขาบทที่ ๗


{๖๑๘} ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุณีผู้บอกสิกขมานาว่า “แม่คุณ ถ้าเธอจักให้จีวรแก่เรา เราก็จะบวชให้เธอ” ภายหลังไม่บวชให้ ทั้งไม่ขวนขวายใช้ให้บวชให้ ณ ที่ไหน

ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี

ถาม : ทรงปรารภใคร

ตอบ : ทรงปรารภภิกษุณีถุลลนันทา

ถาม : เพราะเรื่องอะไร

ตอบ : เพราะเรื่องที่ภิกษุณีถุลลนันทาบอกสิกขมานาว่า “แม่คุณ ถ้าเธอจักให้ จีวรแก่เรา เราก็จะบวชให้เธอ” ภายหลังไม่บวชให้ ทั้งไม่ขวนขวายใช้ให้บวชให้

ในสิกขาบทที่ ๗ นั้นมี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน เป็นธุรนิกเขปสมุฏฐาน ฯลฯ

สิกขาบทที่ ๘


{๖๑๙} ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ ทรงเห็น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุณีผู้ชักชวนสิกขมานาว่า “แม่คุณ ถ้าเธอจักติดตามเรา ตลอด ๒ ปี เราก็จะบวชให้เธอ” ภายหลังไม่บวชให้ ทั้งไม่ขวนขวายใช้ให้บวชให้ ณ ที่ไหน

ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี

ถาม : ทรงปรารภใคร


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka