Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 8 หน้าที่ 332

<< | หน้าที่ 332 | >>
๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย

๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส

สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๕


{๘๑๒} เพราะภิกษุณีกำหนัด รับของเคี้ยวหรือของฉัน จากมือชายผู้กำหนัดด้วยมือ ของตนแล้วฉัน ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ

๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะเคี้ยว จะฉัน” ต้องอาบัติถุลลัจจัย

๒. ฉัน ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ทุก ๆ คำกลืน

๓. รับประเคนน้ำและไม้ชำระฟัน ต้องอาบัติทุกกฏ

สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๖


{๘๑๓} เพราะภิกษุณีส่งเสริมกล่าวชักชวนว่า “แม่เจ้า ชายผู้นี้จะกำหนัดหรือไม่กำหนัด ก็ตาม ก็ทำอะไรท่านไม่ได้ เพราะท่านไม่กำหนัด นิมนต์เถิดแม่เจ้า ชายผู้นี้จะถวาย สิ่งใด จะเป็นของเคี้ยว หรือของฉันก็ดีแก่ท่าน ท่านจงรับประเคนของนั้นด้วยมือของ ตนแล้วเคี้ยวหรือฉันเถิด” ดังนี้ ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ

๑. รับประเคนตามคำของภิกษุณีนั้นด้วยตั้งใจว่าจะเคี้ยวจะฉัน ต้องอาบัติ ทุกกฏ

๒. ฉัน ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทุก ๆ คำกลืน

๓. ฉันเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส

สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๗


{๘๑๔} เพราะภิกษุณีผู้โกรธ ไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ

๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ

๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย

๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka