๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๕
{๘๑๒} เพราะภิกษุณีกำหนัด รับของเคี้ยวหรือของฉัน จากมือชายผู้กำหนัดด้วยมือ ของตนแล้วฉัน ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะเคี้ยว จะฉัน” ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๒. ฉัน ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ทุก ๆ คำกลืน
๓. รับประเคนน้ำและไม้ชำระฟัน ต้องอาบัติทุกกฏ
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๖
{๘๑๓} เพราะภิกษุณีส่งเสริมกล่าวชักชวนว่า “แม่เจ้า ชายผู้นี้จะกำหนัดหรือไม่กำหนัด ก็ตาม ก็ทำอะไรท่านไม่ได้ เพราะท่านไม่กำหนัด นิมนต์เถิดแม่เจ้า ชายผู้นี้จะถวาย สิ่งใด จะเป็นของเคี้ยว หรือของฉันก็ดีแก่ท่าน ท่านจงรับประเคนของนั้นด้วยมือของ ตนแล้วเคี้ยวหรือฉันเถิด” ดังนี้ ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. รับประเคนตามคำของภิกษุณีนั้นด้วยตั้งใจว่าจะเคี้ยวจะฉัน ต้องอาบัติ ทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติถุลลัจจัย ทุก ๆ คำกลืน
๓. ฉันเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๗
{๘๑๔} เพราะภิกษุณีผู้โกรธ ไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส