Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 8 หน้าที่ 342

<< | หน้าที่ 342 | >>
๓. สมุฏฐานสีสสังเขป


ว่าด้วยการย่อหัวข้อสมุฏฐาน


{๘๒๖} [๒๕๗] สังขารทั้งปวงที่ปัจจัยปรุงแต่ง ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

พระนิพพานและบัญญัติ ท่านวินิจฉัยว่าเป็นอนัตตา

เมื่อดวงจันทร์คือพระพุทธเจ้ายังไม่เกิดขึ้น

เมื่อดวงอาทิตย์คือพระพุทธเจ้ายังไม่อุทัยขึ้นมา

เพียงชื่อของสภาคธรรมเหล่านั้น ก็ยังไม่มีใครรู้จัก

พระมหาธีรเจ้าทั้งหลายผู้ทรงเป็นดวงตา

ทรงทำทุกกรกิริยาหลายอย่าง

บำเพ็ญพระบารมีแล้วเสด็จอุบัติขึ้นในโลกอันเป็นไปพร้อมทั้งพรหมโลก

พระองค์ทรงแสดงพระสัทธรรมอันกำจัดเสียซึ่งทุกข์นำมาซึ่งความสุข

พระอังคีรสศากยมุนีทรงเป็นผู้อนุเคราะห์แก่หมู่สัตว์ทุกถ้วนหน้า

พระองค์ผู้ทรงอุดมกว่าสรรพสัตว์ดุจราชสีห์

ทรงแสดงพระไตรปิฎก คือ พระสุตตันตะ

พระอภิธรรม พระวินัย ซึ่งมีคุณมาก

พระสัทธรรมจะเป็นไปได้ หากพระวินัยคืออุภโตวิภังค์

ขันธกะและมาติกายังดำรงอยู่

พระวินัยท่านร้อยกรองไว้ด้วยคัมภีร์ปริวาร

เหมือนดอกไม้ร้อยด้วยเส้นด้าย

สมุฏฐานแห่งคัมภีร์ปริวารนั่นแล ท่านจัดไว้แน่นอนแล้ว

ความเจือปน นิทานและสิ่งอื่น จะปรากฏในพระสูตรข้างหน้า

เพราะฉะนั้น ภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก

ต้องการศึกษาพระธรรมก็พึงศึกษาคัมภีร์ปริวารเถิด

๑ ที่ท่านนำสิ่งที่เป็นบัญญัติมาวินิจฉัยว่า “เป็นอนัตตา” ร่วมกับพระนิพพานซึ่งเป็นปรมัตถธรรมนั้น เพราะ ว่าต่างก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งเหมือนกัน (วิมติ.ฏีกา ๒/๒๕๗/๓๕๑)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka