พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 8
<< | หน้าที่ 444 | >>
สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงลงอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๓ คือ
๑. ก่อความบาดหมาง ก่อความทะเลาะ ก่อความวิวาท ก่อความ อื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์
๒. โง่เขลา ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก ต้องอาบัติกำหนดไม่ได้
๓. ต้องอาบัติแล้วไม่ปรารถนาจะทำคืนอาบัติ
สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงลงอุกเขปนียกรรม เพราะไม่สละทิฏฐิบาป แก่ภิกษุผู้ประกอบ ด้วยองค์ ๓ คือ
๑. ก่อความบาดหมาง ฯลฯ ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์
๒. โง่เขลา ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก ต้องอาบัติกำหนดไม่ได้
๓. ไม่ปรารถนาจะสละทิฏฐิบาป
สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงตั้งใจมั่นลงอุกเขปนียกรรม แก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๓ คือ
๑. ก่อความบาดหมาง ฯลฯ ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์
๒. โง่เขลา ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก ต้องอาบัติกำหนดไม่ได้
๓. อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ด้วยการคลุกคลีกับคฤหัสถ์ที่ไม่สมควร
สงฆ์พึงลงโทษภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๓ คือ
๑. เป็นอลัชชี ๒. เป็นผู้โง่เขลา
๓. ไม่เป็นปกตัตตะ
สงฆ์พึงลงโทษภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อีกอย่าง คือ
๑. มีสีลวิบัติในอธิศีล ๒. มีอาจารวิบัติในอัชฌาจาร
๓. มีทิฏฐิวิบัติในอติทิฏฐิ
สงฆ์พึงลงโทษภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อีกอย่าง คือ
๑. เป็นผู้ประกอบด้วยการเล่นคะนองทางกาย
๒. เป็นผู้ประกอบด้วยการเล่นคะนองทางวาจา
๓. เป็นผู้ประกอบด้วยการเล่นคะนองทางกายและทางวาจา