๕. ระลึกชาติก่อนได้หลายชาติ ฯลฯ ย่อมเห็นหมู่สัตว์ผู้กำลังจุติ กำลัง อุบัติ ทั้งชั้นต่ำและชั้นสูง งามและไม่งาม เกิดดีและไม่ดีด้วยตาทิพย์ อันบริสุทธิ์เหนือมนุษย์ ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรม ฯลฯ
๖. ได้ฌาน ๔ อันมีในจิตยิ่ง ซึ่งเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ตามความปรารถนาได้โดยไม่ยาก ได้โดยไม่ลำบาก
๗. ทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะ เพราะอาสวะ สิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน
ว่าด้วยอสัทธรรมและสัทธรรม
{๙๙๔} อสัทธรรมมี ๗ ประการ คือ
๑. ไม่มีศรัทธา ๒. ไม่มีหิริ(ความละอายบาป)
๓. ไม่มีโอตตัปปะ(ความเกรงกลัวบาป) ๔. ได้ยินได้ฟังมาน้อย
๕. เกียจคร้าน ๖. หลงลืมสติ
๗. มีปัญญาเขลา
สัทธรรมมี ๗ ประการ คือ
๑. มีศรัทธา ๒. มีหิริ
๓. มีโอตตัปปะ ๔. เป็นพหูสูต(ได้ยินได้ฟังมามาก)
๕. ปรารภความเพียร ๖. มีสติตั้งมั่น
๗. มีปัญญา
สัตตกวาร จบ
หัวข้อประจำวาร
{๙๙๕} อาบัติ กองอาบัติ วินีตวัตถุ สามีจิกรรม ทำตามปฏิญญาไม่ชอบธรรม ทำตามปฏิญญาชอบธรรม ไปด้วยสัตตาหกรณียะไม่ต้องอาบัติ อานิสงส์การทรงวินัย
สิกขาบทที่ว่าด้วยอย่างยิ่ง อรุณขึ้น สิ่งของเป็นนิสสัคคีย์ สมถะ กรรม ข้าวเปลือกดิบ สร้างกุฎีด้านกว้าง คณโภชนะ เก็บเภสัชไว้ได้เจ็ดวันเป็นอย่างยิ่ง ภิกษุถือเอาจีวรไป เก็บจีวรแล้วหลีกไป