อยู่ในวิหารของท่าน ภิกษุรูปนั้น เป็นพระอรหันต์ เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะ การณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุออกปากขอโภชนะอันประณีตมาเพื่อตนแล้วฉัน เพราะเหตุ แห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุณีออกปากขอโภชนะอันประณีตมาเพื่อตน แล้วฉัน เพราะเหตุแห่งอาชีวะ ภิกษุไม่อาพาธออกปากขอแกงหรือข้าวสุกมาเพื่อตน แล้วฉัน เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะนี้นั้น รวมเรียกว่า อาชีววิบัติ
ยาวตติยกสิกขาบท
{๑๐๒๒} ยาวตติยกะ ๑๑ สิกขาบทนั้น เธอจงฟังตามลำดับต่อไป อุกขิตตานุวัตติกาสิกขาบท
๑ ยาวตติยกสังฆาทิเสส ๘ สิกขาบท
๒ อริฏฐสิกขาบท จัณฑกาลีสิกขาบท
๓ สิกขาบทเหล่านี้นั้น ชื่อว่า ยาวตติยกสิกขาบท”
๓. เฉทนกาทิ
ว่าด้วยเฉทนกสิกขาบท เป็นต้น
ทรงพยากรณ์เฉทนกสิกขาบท และเภทนกสิกขาบท เป็นต้น
{๑๐๒๓} [๓๓๗] พระอุบาลีกราบทูลว่า
“สิกขาบทว่าด้วยการตัดมีเท่าไร สิกขาบทว่าด้วยการทำลายมีเท่าไร สิกขาบท ว่าด้วยการรื้อมีเท่าไร สิกขาบทในปาจิตตีย์ว่าด้วยไม่มีอะไรอื่นมีเท่าไร สิกขาบทว่า ด้วยการสมมติภิกษุมีเท่าไร สิกขาบทว่าด้วยการทำที่สมควรมีเท่าไร สิกขาบทที่ว่า ด้วยอย่างยิ่งมีเท่าไร สิกขาบทที่พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ ทรงบัญญัติว่า ‘รู้อยู่’ มีเท่าไร”