บุคคลผู้โจทก์ไม่เป็นธรรม
{๑๐๗๒} พระอุบาลีกราบทูลว่า
“จริง พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ทราบแล้วว่า คนเช่นนี้ตรัสเรียกว่า ลัชชีบุคคล ข้าพระพุทธเจ้าขอทูลถามพระองค์ถึงข้ออื่น คนเช่นไร ตรัสเรียกว่า ผู้โจทก์ไม่เป็นธรรม”
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
“ภิกษุโจทโดยกาลไม่ควร โจทด้วยเรื่องไม่เป็นจริง โจทด้วยคำหยาบ โจทด้วยคำไม่ประกอบด้วยประโยชน์ มุ่งร้ายโจท ไม่มีเมตตาจิตโจท คนเช่นนี้ เราเรียกว่า ผู้โจทก์ไม่เป็นธรรม”
บุคคลผู้โจทก์เป็นธรรม
{๑๐๗๓} พระอุบาลีกราบทูลว่า
“จริง พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ทราบแล้วว่า คนเช่นนี้ตรัสเรียกว่า ผู้โจทก์ไม่เป็นธรรม ข้าพระพุทธเจ้าขอทูลถามพระองค์ถึงข้ออื่น คนเช่นไร ตรัสเรียกว่า ผู้โจทก์เป็นธรรม”
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
“ภิกษุโจทโดยกาล โจทด้วยเรื่องจริง โจทด้วยคำสุภาพ โจทด้วยคำประกอบด้วยประโยชน์ มีเมตตาจิต ไม่มุ่งร้ายโจท คนเช่นนี้ เราเรียกว่า ผู้โจทก์เป็นธรรม”
คนโจทก์ผู้โง่เขลา
{๑๐๗๔} พระอุบาลีกราบทูลว่า
“จริง พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ทราบแล้วว่า คนเช่นนี้ตรัสเรียกว่า ผู้โจทก์เป็นธรรม ข้าพระพุทธเจ้าขอทูลถามพระองค์ถึงข้ออื่น คนเช่นไร ตรัสเรียกว่า โจทก์ผู้โง่เขลา”