๔. จักโจทด้วยเรื่องที่เป็นประโยชน์ จักไม่โจทด้วยเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์
๕. จักมีเมตตาจิตโจท จักไม่มุ่งร้ายโจท
นี้การโจทมีภูมิ ๕
ถาม : โจทด้วยอาการ ๒ อย่าง เป็นไฉน
ตอบ : โจทด้วยกาย โจทด้วยวาจา นี้โจทด้วยอาการ ๒ อย่าง
๒. โจทกาทิปฏิปัตติ
ว่าด้วยข้อปฏิบัติของโจทก์ เป็นต้น
{๑๐๘๐} [๓๖๓] โจทก์พึงปฏิบัติอย่างไร จำเลยพึงปฏิบัติอย่างไร สงฆ์พึงปฏิบัติ อย่างไร ภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์พึงปฏิบัติอย่างไร
ถาม : โจทก์พึงปฏิบัติอย่างไร
ตอบ : โจทก์พึงตั้งอยู่ในธรรม ๕ อย่าง แล้วจึงโจทผู้อื่น คือ
๑. จักโจทโดยกาลที่สมควร จักไม่โจทโดยกาลไม่ควร
๒. จักโจทด้วยเรื่องจริง จักไม่โจทด้วยเรื่องไม่จริง
๓. จักโจทด้วยคำสุภาพ จักไม่โจทด้วยคำหยาบ
๔. จักโจทด้วยเรื่องที่เป็นประโยชน์ จักไม่โจด้วยเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์
๕. จักมีเมตตาจิตโจท จักไม่มุ่งร้ายโจท
โจทก์พึงปฏิบัติอย่างนี้
ถาม : จำเลยพึงปฏิบัติอย่างไร
ตอบ : จำเลยพึงตั้งอยู่ในธรรม ๒ ประการ คือ
๑. ในความสัตย์ ๒. ในความไม่ขุ่นเคือง
จำเลยพึงปฏิบัติอย่างนี้