Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 11 หน้าที่ 384

<< | หน้าที่ 384 | >>
{๔๑๘}(ช) ธรรม ๕ ประการที่ควรให้เกิดขึ้น คืออะไร

คือ สัมมาสมาธิ ประกอบด้วยญาณ ๕ ได้แก่

๑. ญาณย่อมเกิดขึ้นเฉพาะตนว่า “สมาธินี้มีสุขในปัจจุบัน และ มีสุขเป็นวิบากต่อไป’

๒. ญาณย่อมเกิดขึ้นเฉพาะตนว่า ‘สมาธินี้ เป็นอริยะ ปราศจาก อามิส

๓. ญาณย่อมเกิดขึ้นเฉพาะตนว่า ‘สมาธินี้มิใช่บุรุษชั่วเสพแล้ว’

๔. ญาณย่อมเกิดขึ้นเฉพาะตนว่า ‘สมาธินี้ สงบ ประณีต ได้ด้วย ความสงบระงับ บรรลุได้ด้วยภาวะที่จิตเป็นหนึ่งผุดขึ้น และ มิใช่บรรลุได้ด้วยการข่ม(ธรรมที่เป็นข้าศึก) ห้ามกิเลส ด้วย สสังขารจิต

๕. ญาณย่อมเกิดขึ้นเฉพาะตนว่า ‘เรานั้นมีสติ เข้าสมาธิ และเรา มีสติออกจากสมาธินี้’

นี้ คือธรรม ๕ ประการที่ควรให้เกิดขึ้น

{๔๑๙}(ฌ) ธรรม ๕ ประการที่ควรรู้ยิ่ง คืออะไร

คือ วิมุตตายตนะ(เหตุแห่งความหลุดพ้น) ๕ ได้แก่

๑. พระศาสดาหรือเพื่อนพรหมจารีบางรูปผู้ตั้งอยู่ในฐานะครูแสดง ธรรมแก่ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เธอรู้แจ้งอรรถรู้แจ้งธรรมใน ธรรมนั้น ตามที่พระศาสดาหรือเพื่อนพรหมจารีบางรูปผู้ตั้ง

๑ ดูเทียบ องฺ.ปญฺจก. (แปล) ๒๒/๒๗/๓๕-๓๖
๒ สมาธิ ในที่นี้หมายถึงอรหัตตผลสมาบัติ หรือมรรคสมาธิ (ที.ปา.อ. ๓๕๕/๒๖๑, องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๒๗/๙)
๓ อามิส ในที่นี้หมายถึงกาม วัฏฏะ และโลก (ที.ปา.อ. ๓๕๕/๒๖๑, องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๒๗/๙)
๔ มิใช่บุรุษชั่ว ในที่นี้หมายถึงมหาบุรุษมีพระพุทธเจ้า เป็นต้น (ที.ปา.อ. ๓๕๕/๒๖๑)
๕ สสังขารจิต แปลว่า จิตที่ถูกสังขารกระตุ้นเตือน ในที่นี้หมายถึงรูปาวจรกุศลจิต และอรูปาวจรกุศลจิต (ที.ปา.อ. ๓๕๕/๒๖๑-๒๖๒, ที.ปา.ฏีกา ๓๕๕/๓๕๙, องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๒๗/๙, องฺ.ปญฺจก.ฏีกา ๓/๒๗/๑๔)
๖ ดูเทียบข้อ ๓๒๒ หน้า ๓๑๓-๓๑๔ ในเล่มนี้, องฺ.ปญฺจก. (แปล) ๒๒/๒๖/๓๓-๓๕, ที.ปา.ฏีกา ๓๕๕/๓๕๙

สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka