Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 11 หน้าที่ 388

<< | หน้าที่ 388 | >>
๔. บริโภคโดยไม่แบ่งแยกลาภทั้งหลายที่ประกอบด้วยธรรม ได้มา โดยธรรม โดยที่สุดแม้เพียงบิณฑบาต (อาหารในบาตร) บริโภค รวมกับเพื่อนพรหมจารีทั้งหลายผู้มีศีล แม้นี้ก็เป็นสารณียธรรม ฯลฯ เป็นไปเพื่อความสงเคราะห์กัน เพื่อความไม่วิวาทกัน เพื่อความสามัคคีกัน เพื่อความเป็นอันเดียวกัน

๕. มีศีลไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไท ท่านผู้รู้สรรเสริญ ไม่ถูกตัณหาและทิฏฐิครอบงำ เป็นไปเพื่อสมาธิ เสมอกันกับ เพื่อนพรหมจารีทั้งหลาย ทั้งในที่แจ้งและในที่ลับ แม้นี้ก็เป็น สารณียธรรมที่ทำให้เป็นที่รัก ทำให้เป็นที่เคารพ เป็นไปเพื่อ ความสงเคราะห์กัน เพื่อความไม่วิวาทกัน เพื่อความสามัคคีกัน เพื่อความเป็นอันเดียวกัน

๖. มีอริยทิฏฐิ อันเป็นธรรมเครื่องนำออกเพื่อความสิ้นทุกข์ โดยชอบแก่ผู้ทำตาม เสมอกันกับเพื่อนพรหมจารีทั้งหลาย ทั้งในที่แจ้งและในที่ลับ แม้นี้ก็เป็นสารณียธรรมที่ทำให้เป็น ที่รัก ทำให้เป็นที่เคารพ เป็นไปเพื่อความสงเคราะห์กัน เพื่อ ความไม่วิวาทกัน เพื่อความสามัคคีกัน เพื่อความเป็นอัน เดียวกัน

นี้ คือธรรม ๖ ประการที่มีอุปการะมาก

{๔๒๓}(ข) ธรรม ๖ ประการที่ควรเจริญ คืออะไร

คือ อนุสสติฏฐาน ๖ ได้แก่

๑. พุทธานุสสติ (การระลึกถึงพระพุทธเจ้า)

๒. ธัมมานุสสติ (การระลึกถึงพระธรรม)

๓. สังฆานุสสติ (การระลึกถึงพระสงฆ์)

๑ ดูเชิงอรรถที่ ๓ ข้อ ๓๒๔ หน้า ๓๒๑ ในเล่มนี้
๒ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ข้อ ๓๒๔ หน้า ๓๒๒ ในเล่มนี้
๓ ดูเชิงอรรถที่ ๒ ข้อ ๓๒๔ หน้า ๓๒๒ ในเล่มนี้
๔ ดูเชิงอรรถที่ ๓ ข้อ ๓๒๗ หน้า ๓๒๘ ในเล่มนี้

สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka