Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 12 หน้าที่ 7

<< | หน้าที่ 7 | >>
ข้อนั้นเพราะเหตุไร

เรากล่าวว่า ‘เพราะเขาไม่ได้กำหนดรู้’

[๕] หมายรู้รูปที่ตนเห็น ๑ โดยความเป็นรูปที่ตนเห็น ครั้นหมายรู้รูปที่ตนเห็น ๑ โดยความเป็นรูปที่ตนเห็นแล้ว กำหนดหมายซึ่งรูปที่ตนเห็น กำหนดหมายในรูป ที่ตนเห็น กำหนดหมายนอกรูปที่ตนเห็น กำหนดหมายรูปที่ตนเห็นว่าเป็นของเรา ยินดีรูปที่ตนเห็น

ข้อนั้นเพราะเหตุไร

เรากล่าวว่า ‘เพราะเขาไม่ได้กำหนดรู้’

หมายรู้เสียงที่ตนได้ยิน ๒ โดยความเป็นเสียงที่ตนได้ยิน ครั้นหมายรู้เสียงที่ตน ได้ยินโดยความเป็นเสียงที่ตนได้ยินแล้ว กำหนดหมายซึ่งเสียงที่ตนได้ยิน กำหนด หมายในเสียงที่ตนได้ยิน กำหนดหมายนอกเสียงที่ตนได้ยิน กำหนดหมายเสียงที่ ตนได้ยินว่าเป็นของเรา ยินดีเสียงที่ตนได้ยิน

ข้อนั้นเพราะเหตุไร

เรากล่าวว่า ‘เพราะเขาไม่ได้กำหนดรู้’

หมายรู้อารมณ์ที่ตนทราบ ๓ โดยความเป็นอารมณ์ที่ตนทราบ ครั้นหมายรู้ อารมณ์ที่ตนทราบโดยความเป็นอารมณ์ที่ตนทราบแล้ว กำหนดหมายซึ่งอารมณ์ ที่ตนทราบ กำหนดหมายในอารมณ์ที่ตนทราบ กำหนดหมายนอกอารมณ์ที่ตน ทราบ กำหนดหมายอารมณ์ที่ตนทราบว่าเป็นของเรา ยินดีอารมณ์ที่ตนทราบ

๑ รูปที่ตนเห็น หมายถึงสิ่งที่ตนเห็นทางมังสจักขุ หรือทิพพจักขุ คำนี้เป็นชื่อแห่งรูปายตนะ (ม.มู.อ. ๑/๕/๔๐)
๒ เสียงที่ตนได้ยิน หมายถึงสิ่งที่ตนฟังทางมังสโสตะ หรือทิพพโสตะ คำนี้เป็นชื่อแห่งสัททายตนะ (ม.มู.อ. ๑/๕/๔๑)
๓ อารมณ์ที่ตนทราบ หมายถึงอารมณ์ที่ตนทราบแล้ว และรู้แล้วจึงรับเอา คือ เข้าไปกระทบรับเอา มีคำ อธิบายว่า ที่ตนรู้แจ้งแล้วเพราะการกระทบกันและกันระหว่างอินทรีย์กับอารมณ์ทั้งหลาย คำนี้เป็นชื่อแห่ง คันธายตนะ รสายตนะ และโผฏฐัพพายตนะ (ม.มู.อ. ๑/๕/๔๑)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka