Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 13 หน้าที่ 164

<< | หน้าที่ 164 | >>
๓. เป็นผู้ประกอบด้วยสัมมาวาจาอันเป็นอเสขะ

๔. เป็นผู้ประกอบด้วยสัมมากัมมันตะอันเป็นอเสขะ

๕. เป็นผู้ประกอบด้วยสัมมาอาชีวะอันเป็นอเสขะ

๖. เป็นผู้ประกอบด้วยสัมมาวายามะอันเป็นอเสขะ

๗. เป็นผู้ประกอบด้วยสัมมาสติอันเป็นอเสขะ

๘. เป็นผู้ประกอบด้วยสัมมาสมาธิอันเป็นอเสขะ

๙. เป็นผู้ประกอบด้วยสัมมาญาณะอันเป็นอเสขะ

๑๐. เป็นผู้ประกอบด้วยสัมมาวิมุตติอันเป็นอเสขะ ๑

ภัททาลิ ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการนี้แล เป็นผู้ควรแก่ของที่เขา นำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญ อันยอดเยี่ยมของโลก”

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสภาษิตนี้แล้ว ท่านพระภัททาลิมีใจยินดีชื่นชมพระภาษิต ของพระผู้มีพระภาค ดังนี้แล

ภัททาลิสูตรที่ ๕ จบ


๖. ลฏุกิโกปมสูตร


ว่าด้วยอุปมาด้วยนางนกมูลไถ


{๑๗๕} [๑๔๘] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิคมของชาวอังคุตตราปะชื่ออาปณะ แคว้นอังคุตตราปะ ครั้นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสก ถือบาตร และจีวร เสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังอาปณนิคม ทรงเที่ยวบิณฑบาตในอาปณนิคมแล้ว เสด็จกลับจากบิณฑบาตภายหลังเสวยพระกระยาหารเสร็จแล้ว ทรงเข้าไปยังราวป่า แห่งหนึ่งเพื่อประทับพักผ่อนกลางวัน ได้ประทับนั่งพักกลางวันที่โคนไม้แห่งหนึ่ง

๑ ดูเทียบ องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๑๑๑/๒๕๖

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka