หน้าหลัก พระไตรปิฎก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 15 หน้าที่ 50 | Buddhaparisa.org
หน้าหลัก / พระสุตตันตปิฏก
พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 15
<< | หน้าที่ 50 | >>
และถอนกิเลสดุจเสาเขื่อน ได้แล้ว

จึงไม่หวั่นไหว เป็นผู้หมดจด ปราศจากมลทิน

มีจักษุ ฝึกตนดีแล้ว เป็นผู้ประเสริฐ ประพฤติธรรมอยู่

{๑๒๑} ลำดับนั้น เทวดาอีกองค์หนึ่งได้กล่าวคาถานี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า

บุคคลทั้งหลายผู้ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ

จักไม่ไปสู่อบายภูมิ ละร่างกายอันเป็นของมนุษย์แล้ว

จักบังเกิดเป็นเทวดาโดยสมบูรณ์

สมยสูตรที่ ๗ จบ


๘. สกลิกสูตร


ว่าด้วยสะเก็ดหิน


{๑๒๒} [๓๘] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ มัททกุจฉิ สถานที่พระราชทานอภัย แก่หมู่เนื้อ เขตกรุงราชคฤห์ สมัยนั้น สะเก็ดหินกระทบพระบาทของผู้มีพระภาค ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคทรงมีทุกขเวทนาทางพระวรกายที่กล้าแข็งอย่างหนัก

๑ กิเลสดุจเสาเขื่อน หมายถึงกิเลสคือราคะ โทสะ โมหะ (สํ.ส.อ. ๑/๓๗/๗๔)
๒ มีจักษุ หมายถึงมีจักษุ ๕ คือ (๑) มังสจักขุ ตาเนื้อ คือมีพระเนตรงาม มีอำนาจ เห็นแจ่มใส ไวและเห็นไกล (๒) ทิพพจักขุ ตาทิพย์ คือทรงมีพระญาณเห็นหมู่สัตว์ผู้เป็นต่าง ๆ กันด้วยอำนาจกรรม (๓) ปัญญาจักขุ ตาปัญญา คือทรงประกอบด้วยพระปัญญาคุณอันยิ่งใหญ่ เป็นเหตุให้สามารถตรัสรู้ อริยสัจธรรมเป็นต้น (๔) พุทธจักขุ ตาพระพุทธเจ้า คือทรงประกอบด้วยอินทรียปโรปริยัตตญาณ และ อาสยานุสยญาณ เป็นเหตุให้ทรงทราบอัธยาศัยและอุปนิสัยแห่งเวไนยสัตว์แล้วทรงสั่งสอนแนะนำ ให้บรรลุคุณวิเศษต่าง ๆ ยังพุทธกิจให้บริบูรณ์ (๕) สมันตจักขุ ตาเห็นรอบ คือทรงประกอบด้วย พระสัพพัญญุตญาณ อันหยั่งรู้ธรรมทุกประการ (สํ.ส.อ. ๑/๓๗/๗๔-๗๕, ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๕๖/๔๒๔๔๓๐, ๑๙๑/๕๔๑-๕๔๖)

สารบัญ พระไตรปิฎก

พระไตรปิฎก
พระไตรปิฎก
พระวินัยปิฎก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฎก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฎก
พระอภิธรรม