หน้าหลัก พระไตรปิฎก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 15 หน้าที่ 129 | Buddhaparisa.org
หน้าหลัก / พระสุตตันตปิฏก
พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 15
<< | หน้าที่ 129 | >>
นรชนไม่ควรดูถูกดูหมิ่นไฟที่กินเชื้อมาก

ลุกเป็นเปลว ไหม้ดำเป็นทาง ว่าเล็กน้อย

เพราะไฟนั้นได้เชื้อแล้วก็กลายเป็นกองไฟใหญ่

พึงลามไหม้ชายหญิงผู้เขลาในกาลบางคราว

ฉะนั้นบุคคลเมื่อจะรักษาชีวิตของตน

พึงหลีกเลี่ยงการดูถูกดูหมิ่นไฟนั้น

อนึ่ง ป่าใดที่ถูกไฟไหม้จนดำแล้ว

เมื่อวันคืนล่วงไปๆ พันธุ์หญ้าหรือต้นไม้ยังงอกขึ้นที่ป่านั้นได้

ส่วนผู้ใดถูกเดชภิกษุผู้มีศีลแผดเผา

บุตรธิดาและปศุสัตว์ของผู้นั้นย่อมพินาศ

ทายาทของเขาก็ย่อมไม่ได้รับทรัพย์มรดก

เขาเป็นผู้ไม่มีเครือญาติ ไม่มีทายาท

ย่อมเป็นเหมือนตาลยอดด้วน

เพราะฉะนั้น บุคคลผู้เป็นบัณฑิต

เมื่อพิจารณาเห็นกษัตริย์ผู้มียศ งู ไฟ

และภิกษุผู้มีศีลว่าเป็นประโยชน์แก่ตน

พึงประพฤติโดยชอบทีเดียว

{๓๒๗} เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว พระเจ้าปเสนทิโกศลได้กราบทูลพระผู้มี พระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก พระโคดมผู้เจริญ ทรงประกาศธรรมโดยปริยายเป็นอันมาก เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่ผู้หลงทาง หรือตามประทีปในที่มืด ด้วยตั้งใจว่า ‘คนมี ตาดีจักเห็นรูปได้’ ฉะนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาค พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต”

ทหรสูตรที่ ๑ จบ



สารบัญ พระไตรปิฎก

พระไตรปิฎก
พระไตรปิฎก
พระวินัยปิฎก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฎก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฎก
พระอภิธรรม