Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 15 หน้าที่ 332

<< | หน้าที่ 332 | >>
กับบุคคลผู้ปราศจากราคะ

และเพราะตั้งแต่เรามาอยู่ร่วมกับบุคคลผู้ปราศจากราคะ

สัตบุรุษทั้งหลายรู้ทั่วถึงรูป เสียง กลิ่น รส

และโผฏฐัพพะ อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว

จึงได้กล่าวถึงการปล่อยวางอารมณ์นั้น ๆ

สัชฌายสูตรที่ ๑๐ จบ


๑๑. อโยนิโสมนสิการสูตร


ว่าด้วยการมนสิการโดยไม่แยบคาย


{๗๘๙} [๒๓๑] สมัยหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่งอยู่ ณ ราวป่าแห่งหนึ่ง แคว้นโกศล สมัยนั้น ท่านพักผ่อนอยู่ในที่พักกลางวัน ตรึกถึงอกุศลวิตกอันเลวทราม คือ กามวิตก (ความตรึกเกี่ยวกับกาม) พยาบาทวิตก(ความตรึกเกี่ยวกับพยาบาท) และวิหิงสาวิตก

{๗๙๐} ครั้งนั้น เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในราวป่านั้นมีความ อนุเคราะห์หวังดีต่อภิกษุนั้น ประสงค์จะให้ภิกษุนั้นสลดใจ จึงเข้าไปหาภิกษุนั้นถึง ที่อยู่แล้วได้กล่าวกับภิกษุนั้นด้วยคาถาว่า

ท่านถูกวิตกเกาะกิน เพราะมนสิการโดยไม่แยบคาย

ท่านจงละการมนสิการโดยไม่แยบคาย

และจงใคร่ครวญโดยแยบคายเถิด

ท่านปรารภพระศาสดา พระธรรม พระสงฆ์

และศีลของตนแล้ว จะบรรลุความปราโมทย์ ปีติ

และความสุขโดยไม่ต้องสงสัย

แต่นั้น ท่านมากไปด้วยความปราโมทย์

จักกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้

ลำดับนั้น ภิกษุนั้นถูกเทวดาทำให้สลดใจ เกิดความสลดใจแล้ว

อโยนิโสมนสิการสูตรที่ ๑๑ จบ



สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka