Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 17 หน้าที่ 347

<< | หน้าที่ 347 | >>
๑๐. สุจิมุขีสูตร


ท่านพระสารีบุตรตอบว่า “ท่านผู้มีอายุ วันนี้ ผมล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนฌานโดยประการทั้งปวงเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ (สมาบัติที่ดับสัญญาและเวทนา)อยู่ ผมนั้นไม่ได้คิดว่า ‘เราเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธอยู่ หรือเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธแล้วหรือว่าออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธแล้ว”

อันที่จริง ท่านพระสารีบุตรถอนอหังการ มมังการ และมานานุสัยออกได้นานแล้ว ฉะนั้น ท่านจึงไม่คิดว่า “เราเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธอยู่ หรือเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธแล้ว หรือออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธแล้ว”

นิโรธสมาปัตติสูตรที่ ๙ จบ


๑๐. สุจิมุขีสูตร


ว่าด้วยสุจิมุขีปริพาชิกา


{๕๑๘} [๓๔๑] สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ พระเวฬุวัน สถานที่ให้เหยื่อกระแต เขตกรุงราชคฤห์ ครั้นในเวลาเช้า ท่านพระสารีบุตรครองอันตรวาสกถือบาตรและจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังกรุงราชคฤห์ อาศัยเชิงฝาแห่งหนึ่งฉันบิณฑบาตนั้น ครั้งนั้น ปริพาชิกาชื่อสุจิมุขี เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ แล้วได้ถามว่า“สมณะ ทำไมท่านจึงก้มหน้าฉันเล่า”

ท่านพระสารีบุตรตอบว่า “น้องหญิง เรามิได้ก้มหน้าฉัน”

“สมณะ ถ้าอย่างนั้น ท่านเงยหน้าฉันหรือ”

“น้องหญิง เรามิได้เงยหน้าฉัน”

“สมณะ ถ้าอย่างนั้น ท่านมองดูทิศใหญ่ฉันหรือ”

“น้องหญิง เรามิได้มองดูทิศใหญ่ฉัน”

“สมณะ ถ้าอย่างนั้น ท่านมองดูทิศน้อยฉันหรือ”

“น้องหญิง เรามิได้มองดูทิศน้อยฉัน”


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka