ถ้าโทษของธรรมารมณ์จักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงเบื่อหน่ายในธรรมารมณ์ แต่เพราะโทษของธรรมารมณ์มีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในธรรมารมณ์
ถ้าเครื่องสลัดออกจากธรรมารมณ์จักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงสลัดออก จากธรรมารมณ์ เพราะเครื่องสลัดออกจากธรรมารมณ์มีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึง สลัดออกจากธรรมารมณ์
ภิกษุทั้งหลาย ตราบใดสัตว์ทั้งหลายยังไม่รู้คุณโดยความเป็นคุณ โทษโดย ความเป็นโทษ เครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออกจากอายตนะภายนอก ๖ ประการนี้ ตามความเป็นจริง เมื่อนั้น สัตว์ทั้งหลายจะออกไป หลุดไป พ้นไป จากโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก จากหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ มีใจปราศจากแดนอยู่ไม่ได้เลย
แต่เมื่อใดสัตว์ทั้งหลายรู้คุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษ เครื่อง สลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออกจากอายตนะภายใน ๖ ประการนี้ ตาม ความเป็นจริง เมื่อนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงออกไป หลุดไป พ้นไป จากโลกพร้อมทั้ง เทวโลก มารโลก พรหมโลก จากหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดา และ มนุษย์ มีใจปราศจากแดนอยู่ได้”
ทุติยโนเจอัสสาทสูตรที่ ๖ จบ
๗. ปฐมาภินันทสูตร
ว่าด้วยผู้เพลิดเพลินอายตนะ สูตรที่ ๑
{๑๙} [๑๙] “ภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่เพลิดเพลินจักขุ ชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ที่ เพลิดเพลินทุกข์ เรากล่าวว่า ‘พ้นจากทุกข์ไม่ได้’
ผู้ที่เพลิดเพลินโสตะ ฯลฯ
ผู้ที่เพลิดเพลินฆานะ ฯลฯ
ผู้ที่เพลิดเพลินชิวหา ชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ที่เพลิดเพลินทุกข์ เรากล่าวว่า ‘พ้นจากทุกข์ไม่ได้’
ผู้ที่เพลิดเพลินกาย ฯลฯ