Buddha
parisa
พระไตรปิฎก
AI ธรรมะ
E-Book
ฐานข้อมูลวัด
ติดต่อเรา
พระไตรปิฎก
AI ธรรมะ
E-Book
ฐานข้อมูลวัด
ติดต่อเรา
Tipitaka>
พระไตรปิฎก
ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 18 หน้าที่ 107
หน้าหลัก
/
พระไตรปิฎก
/
พระสุตตันตปิฎก
<<
| หน้าที่ 107 |
>>
{๑๔๒} อภิภายตนะ ๖ ประการ เป็นอย่างไร
คือ ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีความดำริซ่านไป เกื้อกูลแก่สังโยชน์ย่อมไม่เกิดขึ้น แก่ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เพราะเห็นรูปทางตา ภิกษุทั้งหลาย ข้อนั้นภิกษุพึงทราบว่า ‘อายตนะนี้เราครอบงำได้แล้ว นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นอภิภายตนะ’ ฯลฯ
อีกประการหนึ่ง ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีความดำริซ่านไป เกื้อกูลแก่สังโยชน์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่ภิกษุ เพราะรู้แจ้งธรรมารมณ์ทางใจ ข้อนั้นภิกษุพึงทราบว่า ‘อายตนะนี้เราครอบงำได้แล้ว นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นอภิภายตนะ’
ภิกษุทั้งหลาย อายตนะเหล่านี้ เราเรียกว่า อภิภายตนะ ๖ ประการ”
ปริหานธัมมสูตรที่ ๓ จบ
๔. ปมาทวิหารีสูตร
ว่าด้วยภิกษุผู้อยู่ด้วยความประมาท
{๑๔๓} [๙๗] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงภิกษุผู้อยู่ด้วยความ ประมาทและภิกษุผู้อยู่ด้วยความไม่ประมาทแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ภิกษุผู้อยู่ด้วยความประมาท เป็นอย่างไร
คือ เมื่อภิกษุไม่สำรวมจักขุนทรีย์อยู่ จิตย่อมซ่านไปในรูปทั้งหลายที่พึงรู้แจ้ง ทางตา เมื่อเธอมีจิตซ่านไปแล้ว ปราโมทย์ (ความบันเทิงใจ) ก็ไม่มี เมื่อไม่มีปราโมทย์ ปีติ (ความอิ่มใจ) ก็ไม่มี เมื่อไม่มีปีติ ปัสสัทธิ (ความสงบกายสงบใจ) ก็ไม่มี เมื่อ ไม่มีปัสสัทธิ ภิกษุนั้นย่อมอยู่ลำบาก จิตของเธอผู้อยู่ลำบากย่อมไม่ตั้งมั่น เมื่อจิต ไม่ตั้งมั่น ธรรมทั้งหลาย
๑
ก็ไม่ปรากฏ เพราะธรรมทั้งหลายไม่ปรากฏ เธอย่อม นับว่า ‘เป็นผู้อยู่ด้วยความประมาท’ แท้จริง ฯลฯ
เมื่อภิกษุไม่สำรวมชิวหินทรีย์อยู่ จิตย่อมซ่านไปในรสทั้งหลายที่พึงรู้แจ้งทาง ลิ้น เมื่อเธอมีจิตซ่านไปแล้ว ฯลฯ เธอย่อมนับว่า ‘เป็นผู้อยู่ด้วยความประมาท’ แท้จริง ฯลฯ
๑ ธรรมทั้งหลาย หมายถึงสมถะและวิปัสสนา (สํ.สฬา.อ. ๓/๙๗/๓๕)
หน้าก่อนหน้า
|
หน้าถัดไป
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka
พระวินัยปิฎก
Vinaya Piṭaka
อ่านพระวินัย →
พระสุตตันตปิฎก
Sutta Piṭaka
อ่านพระสูตร →
พระอภิธรรมปิฎก
Abhidhamma Piṭaka
อ่านอภิธรรม →