Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 18 หน้าที่ 127

<< | หน้าที่ 127 | >>
เพราะอาศัยชิวหาและรส ชิวหาวิญญาณจึงเกิด ฯลฯ เพราะอาศัยมโนและ ธรรมารมณ์ มโนวิญญาณจึงเกิด ความประจวบแห่งธรรม ๓ ประการเป็นผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงเกิด เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงเกิด

เพราะตัณหานั้นแลดับไม่เหลือด้วยวิราคะ อุปาทานจึงดับ เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ ฯลฯ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้มีได้ด้วยประการฉะนี้”

{๑๖๔} สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งยืนแอบฟังพระผู้มีพระภาคอยู่ พระผู้มีพระภาคได้ ทอดพระเนตรเห็นภิกษุนั้นผู้ยืนแอบฟังอยู่ ได้ตรัสถามภิกษุนั้นดังนี้ว่า “ภิกษุ เธอ ได้ฟังธรรมบรรยายนี้หรือไม่”

ภิกษุนั้นกราบทูลว่า “ได้ฟัง พระพุทธเจ้าข้า”

“ภิกษุ เธอจงศึกษาธรรมบรรยายนี้ เธอจงเล่าเรียนธรรมบรรยายนี้ เธอ จงทรงจำธรรมบรรยายนี้ไว้เถิด เพราะว่าธรรมบรรยายนี้ ประกอบด้วยประโยชน์ เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์”

อุปัสสุติสูตรที่ ๑๐ จบ


โยคักเขมิวรรคที่ ๑ จบ


รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ


๑. โยคักเขมิสูตร ๒. อุปาทายสูตร

๓. ทุกขสมุทยสูตร ๔. โลกสมุทยสูตร

๕. เสยโยหมัสมิสูตร ๖. สัญโญชนิยสูตร

๗. อุปาทานิยสูตร ๘. อัชฌัตติกายตนปริชานนสูตร

๙. พาหิรายตนปริชานนสูตร ๑๐. อุปัสสุติสูตร


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka