หน้าหลัก พระไตรปิฏก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 18 หน้าที่ 271 | Buddhaparisa.org
หน้าหลัก / พระสุตตันตปิฏก
พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 18
<< | หน้าที่ 271 | >>
{๓๖๒} ความเสวยอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

ที่เป็นสุขหรือทุกข์ หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์

ทั้งที่เป็นภายใน ทั้งที่เป็นภายนอกมีอยู่

ภิกษุรู้ว่าเวทนานี้เป็นทุกข์

มีความพินาศแตกสลายเป็นธรรมดา

ถูกต้องสัมผัสความเสื่อม(ด้วยญาณ)อยู่

ย่อมคลายความยินดีในเวทนาเหล่านั้นด้วยประการอย่างนี้”

สุขสูตรที่ ๒ จบ


๓. ปหานสูตร


ว่าด้วยการละ


{๓๖๓} [๒๕๑] “ภิกษุทั้งหลาย เวทนา ๓ ประการนี้

เวทนา ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. สุขเวทนา ๒. ทุกขเวทนา

๓. อทุกขมสุขเวทนา

เธอทั้งหลายพึงละราคานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในสันดานคือราคะ) ในสุขเวทนา พึงละปฏิฆานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในสันดานคือความกระทบกระทั่งในใจ) ในทุกขเวทนา พึงละอวิชชานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในสันดานคืออวิชชา) ใน อทุกขมสุขเวทนา เพราะภิกษุละราคานุสัยในสุขเวทนา ละปฏิฆานุสัยในทุกขเวทนา ละอวิชชานุสัยในอทุกขมสุขเวทนาได้ ฉะนั้นภิกษุนี้เราจึงเรียกว่า ‘ผู้ไม่มีอนุสัย มี ความเห็นชอบ ตัดตัณหาได้ เพิกถอนสังโยชน์แล้ว ได้ทำที่สุดแห่งทุกข์ เพราะ รู้แจ้งมานะได้โดยชอบ’

{๓๖๔} ราคานุสัยนั้นย่อมมีแก่ภิกษุผู้เสวยสุขเวทนา

ผู้ไม่รู้ชัด มีปกติไม่เห็นธรรมเครื่องสลัดออก

ปฏิฆานุสัยย่อมมีแก่ภิกษุผู้เสวยทุกขเวทนา

ผู้ไม่รู้ชัด มีปกติไม่เห็นธรรมเครื่องสลัดออก


สารบัญ พระไตรปิฏก

พระไตรปิฏก
พระไตรปิฏก
พระวินัยปิฏก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฏก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฏก
พระอภิธรรม