Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 19 หน้าที่ 22

<< | หน้าที่ 22 | >>
๙. ทุติยกุกกุฏารามสูตร


ว่าด้วยการสนทนาธรรมในกุกกุฏาราม สูตรที่ ๒


{๕๗} [๑๙] เรื่องเกิดขึ้นที่เมืองปาฏลีบุตร

ท่านพระภัททะได้เรียนถามท่านพระอานนท์ว่า “ท่านอานนท์ ที่เรียกกันว่า ‘พรหมจรรย์ พรหมจรรย์’ พรหมจรรย์เป็นอย่างไร ที่สุดแห่งพรหมจรรย์เป็นอย่างไร”

ท่านพระอานนท์ตอบว่า “ดีละ ดีละ ท่านภัททะ ปัญญาใฝ่รู้ของท่านดีนัก ปฏิภาณดีนัก สอบถามเข้าที ก็ท่านถามว่า ‘ที่เรียกกันว่า ‘พรหมจรรย์ พรหมจรรย์’ พรหมจรรย์เป็นอย่างไร ที่สุดแห่งพรหมจรรย์เป็นอย่างไร’ อย่างนั้นหรือ”

“อย่างนั้น ผู้มีอายุ”

“ผู้มีอายุ อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้แลเป็นพรหมจรรย์ ได้แก่

๑. สัมมาทิฏฐิ ฯลฯ ๘. สัมมาสมาธิ

ธรรมเป็นที่สิ้นราคะ โทสะ และโมหะ นี้เป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์”

ทุติยกุกกุฏารามสูตรที่ ๙ จบ


๑๐. ตติยกุกกุฏารามสูตร


ว่าด้วยการสนทนาธรรมในกุกกุฏาราม สูตรที่ ๓


{๕๘} [๒๐] เรื่องเกิดขึ้นที่เมืองปาฏลีบุตร

ท่านพระภัททะได้เรียนถามท่านพระอานนท์ว่า “ท่านอานนท์ ที่เรียกกันว่า ‘พรหมจรรย์ พรหมจรรย์’ พรหมจรรย์เป็นอย่างไร พรหมจารีเป็นอย่างไร ที่สุด แห่งพรหมจรรย์เป็นอย่างไร”

ท่านพระอานนท์ตอบว่า “ดีละ ดีละ ท่านภัททะ ปัญญาใฝ่รู้ของท่านดีนัก ปฏิภาณดีนัก สอบถามเข้าที ก็ท่านถามว่า ‘ที่เรียกกันว่า ‘พรหมจรรย์ พรหมจรรย์’ พรหมจรรย์เป็นอย่างไร พรหมจารีเป็นอย่างไร ที่สุดแห่งพรหมจรรย์เป็นอย่างไร’ อย่างนั้นหรือ”

“อย่างนั้น ผู้มีอายุ”


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka