๘. อุปวาณสูตร
ว่าด้วยพระอุปวาณะ
{๔๐๓} [๑๘๙] สมัยหนึ่ง ท่านพระอุปวาณะและท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตกรุงโกสัมพี ครั้นในเวลาเย็น ท่านพระสารีบุตร ออกจากที่หลีกเร้น
๑ เข้าไปหา ท่านพระอุปวาณะถึงที่อยู่ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึง กันแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ได้ถามท่านพระอุปวาณะดังนี้ว่า “ท่านอุปวาณะ เพราะมนสิการโดยแยบคายเฉพาะตน ภิกษุพึงรู้ไหมว่า ‘โพชฌงค์ ๗ ประการที่ เราปรารภดีแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่ออยู่ผาสุก”
{๔๐๔} ท่านพระอุปวาณะตอบว่า “ท่านสารีบุตร เพราะมนสิการโดยแยบคายเฉพาะ ตน ภิกษุพึงรู้ได้ว่า ‘โพชฌงค์ ๗ ประการที่เราปรารภดีแล้วอย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อ อยู่ผาสุก”
{๔๐๕} ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า “อาวุโส ภิกษุปรารภสติสัมโพชฌงค์อยู่ย่อมรู้ชัดว่า ‘จิตของเราหลุดพ้นดีแล้ว ถีนมิทธะเราถอนได้แล้ว อุทธัจจกุกกุจจะเรากำจัดได้แล้ว ความเพียรเราก็ปรารภแล้ว เรามนสิการอย่างจริงจังไม่ย่อหย่อน ฯลฯ ภิกษุปรารภ อุเบกขาสัมโพชฌงค์อยู่ย่อมรู้ชัดว่า ‘จิตของเราหลุดพ้นดีแล้ว ถีนมิทธะเราถอนได้ แล้ว อุทธัจจกุกกุจจะเรากำจัดได้แล้ว ความเพียรเราปรารภแล้ว เรามนสิการอย่าง จริงจังไม่ย่อหย่อน”
{๔๐๖} ท่านพระอุปวาณะกล่าวว่า “ท่านสารีบุตร เพราะมนสิการโดยแยบคาย เฉพาะตน ภิกษุพึงรู้ได้ว่า ‘โพชฌงค์ ๗ ประการที่เราปรารภดีแล้วอย่างนี้ ย่อม เป็นไปเพื่ออยู่ผาสุกด้วยประการฉะนี้”
อุปวาณสูตรที่ ๘ จบ