Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 19 หน้าที่ 305

<< | หน้าที่ 305 | >>
๙. เป็นพระโกลังโกลโสดาบัน เพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระเอกพีชีโสดาบันนั้น

๑๐. เป็นพระสัตตักขัตตุปรมโสดาบันเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระ โกลังโกลโสดาบันนั้น

๑๑. เป็นพระโสดาบันผู้ธัมมานุสารีเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระ สัตตักขัตตุปรมโสดาบันนั้น

๑๒. เป็นพระโสดาบันผู้สัทธานุสารีเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระโสดาบัน ผู้ธัมมานุสารีนั้น”

เอกพีชีสูตรที่ ๔ จบ


๕. สุทธสูตร


ว่าด้วยอินทรีย์ล้วน


{๙๐๑} [๔๙๕] “ภิกษุทั้งหลาย อินทรีย์ ๖ ประการนี้

อินทรีย์ ๖ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. จักขุนทรีย์ (อินทรีย์คือจักขุปสาท)

๒. โสตินทรีย์ (อินทรีย์คือโสตปสาท)

๓. ฆานินทรีย์ (อินทรีย์คือฆานปสาท)

๔. ชิวหินทรีย์ (อินทรีย์คือชิวหาปสาท)

๕. กายินทรีย์ (อินทรีย์คือกายปสาท)

๖. มนินทรีย์ (อินทรีย์คือใจ)

อินทรีย์ ๖ ประการนี้”

สุทธสูตรที่ ๕ จบ


๑ โกลังโกลโสดาบัน หมายถึงผู้ไปจากตระกูลสู่ตระกูล คือเกิดในตระกูลสูงอีก ๒-๓ ครั้ง หรือเกิดใน สุคติภพอีก ๒-๓ ครั้ง ก็จักบรรลุอรหัตตผล (สํ.ม.อ. ๓/๔๙๔/๓๑๓)
๒ สัตตักขัตตุปรมโสดาบัน หมายถึงผู้เกิด ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง คือ เวียนเกิดในสุคติภพอีกอย่างมากเพียง
๗ ครั้ง ก็จักบรรลุอรหัตตผล (สํ.ม.อ. ๓/๔๙๔/๓๑๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka