หน้าหลัก พระไตรปิฎก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 19 หน้าที่ 417 | Buddhaparisa.org
หน้าหลัก / พระสุตตันตปิฏก
พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 19
<< | หน้าที่ 417 | >>
{๑๒๒๐} ภิกษุทั้งหลาย เพราะอิทธิบาท ๔ ประการนี้ที่ภิกษุนั้นเจริญ ทำให้มากแล้ว ภิกษุพึงหวังผลานิสงส์ ๗ ประการ

ผลานิสงส์ ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. จะได้บรรลุอรหัตตผลทันทีในปัจจุบัน

๒. หากไม่ได้บรรลุอรหัตตผลในปัจจุบัน จะได้บรรลุในเวลาใกล้ตาย

๓. หากในปัจจุบันและในเวลาใกล้ตายยังไม่ได้บรรลุ ก็จะได้เป็น พระอนาคามีผู้อันตราปรินิพพายี

๔. ... ก็จะได้เป็นพระอนาคามีผู้อุปหัจจปรินิพพายี

๕. ... ก็จะได้เป็นพระอนาคามีผู้อสังขารปรินิพพายี

๖. ... ก็จะได้เป็นพระอนาคามีผู้สสังขารปรินิพพายี

๗. ... ก็จะได้เป็นพระอนาคามีผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี เพราะ โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการสิ้นไป

ภิกษุทั้งหลาย เพราะอิทธิบาท ๔ ประการนี้ที่ภิกษุนั้นเจริญ ทำให้มากแล้ว ภิกษุพึงหวังผลานิสงส์ ๗ ประการนี้”

ทุติยผลสูตรที่ ๖ จบ


๗. ปฐมอานันทสูตร


ว่าด้วยพระอานนท์ สูตรที่ ๑


{๑๒๒๑} [๘๓๙] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาท แล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อิทธิ เป็นอย่างไร อิทธิบาท เป็นอย่างไร อิทธิบาทภาวนาเป็นอย่างไร ปฏิปทาที่ให้ถึงอิทธิบาทภาวนา เป็นอย่างไร”

{๑๒๒๒} พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมแสดงฤทธิ์ได้ หลายอย่าง คือ คนเดียวแสดงเป็นหลายคนก็ได้ หลายคนแสดงเป็นคนเดียวก็ได้ ฯลฯ ใช้อำนาจทางกายไปจนถึงพรหมโลกก็ได้ นี้เรียกว่า อิทธิ

๑ ดูเทียบข้อ ๑๘๔ (สีลสูตร) หน้า ๑๑๕-๑๑๗ ในเล่มนี้

สารบัญ พระไตรปิฎก

พระไตรปิฎก
พระไตรปิฎก
พระวินัยปิฎก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฎก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฎก
พระอภิธรรม