หน้าหลัก พระไตรปิฎก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 19 หน้าที่ 540 | Buddhaparisa.org
หน้าหลัก / พระสุตตันตปิฏก
พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 19
<< | หน้าที่ 540 | >>
“ผู้ใดมีศรัทธาในพระตถาคตตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว

{๑๕๖๕} มีศีลอันงามที่พระอริยะชอบใจ(และ)สรรเสริญ

มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์ และมีความเห็นตรง

บัณฑิตทั้งหลายเรียกผู้นั้นว่า เป็นคนไม่ขัดสน

ชีวิตของเขาก็ไม่สูญเปล่า

เพราะเหตุนั้น ผู้มีปัญญา

เมื่อระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

ควรหมั่นประกอบศรัทธา ศีล

ความเลื่อมใส และการเห็นธรรม

ครั้นท่านพระสารีบุตรอนุโมทนาด้วยคาถาเหล่านี้แล้ว ก็ลุกจากอาสนะจากไป

{๑๕๖๖} ต่อมา ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาท แล้ว นั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามท่านพระอานนท์ดังนี้ว่า “อานนท์ เธอมาจากที่ไหนแต่ยังวัน”

ท่านพระอานนท์ทูลตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่านพระสารีบุตรกล่าว สอนท่านอนาถบิณฑิกคหบดีด้วยโอวาทนี้” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อานนท์ สารีบุตร เป็นบัณฑิต มีปัญญามาก ได้จำแนกองค์เครื่องบรรลุโสดาด้วยอาการ ๑๐ อย่าง”

ปฐมอนาถปิณฑิกสูตรที่ ๖ จบ


๗. ทุติยอนาถปิณฑิกสูตร


ว่าด้วยอนาถบิณฑิกคหบดี สูตรที่ ๒


{๑๕๖๘} [๑๐๒๓] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

สมัยนั้น ท่านอนาถบิณฑิกคหบดีป่วย ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก ครั้งนั้น ท่านอนาถบิณฑิกคหบดีเรียกบุรุษคนหนึ่งมาสั่งว่า “มาเถิด พ่อมหาจำเริญ เจ้าจง

๑ มีความเห็นตรง หมายถึงเห็นว่าพระขีณาสพไม่มีความคดทางกาย เป็นต้น (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๕๒/๓๔๙)
๒ ความเลื่อมใส หมายถึงเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๕๒/๓๔๙)
๓ การเห็นธรรม ในที่นี้หมายถึงเห็นสัจธรรม ๔ (คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๕๒/๓๔๙ และดู องฺ.จตุกฺก.(แปล) ๒๑/๕๒/๘๗)

สารบัญ พระไตรปิฎก

พระไตรปิฎก
พระไตรปิฎก
พระวินัยปิฎก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฎก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฎก
พระอภิธรรม