Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 20 หน้าที่ 76

<< | หน้าที่ 76 | >>
อำนาจประโยชน์ ๒ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. เห็นการอยู่เป็นสุขในปัจจุบันของตน ๑ ๒. อนุเคราะห์คนรุ่นหลัง

เราพิจารณาเห็นอำนาจประโยชน์ ๒ ประการนี้แลจึงอาศัยเสนาสนะอันเงียบ สงัด คือ ป่าโปร่งและป่าทึบ (๑๐)

[๓๒] ธรรม ๒ ประการนี้เป็นฝ่ายวิชชา

ธรรม ๒ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. สมถะ (การฝึกจิตให้สงบเป็นสมาธิ) ๒. วิปัสสนา (ความเห็นแจ้ง)

สมถะที่ภิกษุเจริญแล้วย่อมให้สำเร็จประโยชน์อะไร

คือ ย่อมให้จิตเจริญ

จิต ๒ที่เจริญแล้วย่อมให้สำเร็จประโยชน์อะไร

คือ ย่อมละราคะได้

วิปัสสนาที่ภิกษุเจริญแล้วย่อมให้สำเร็จประโยชน์อะไร

คือ ย่อมให้ปัญญาเจริญ

ปัญญาที่เจริญแล้วย่อมให้สำเร็จประโยชน์อะไร

คือ ย่อมละอวิชชาได้

จิตที่เศร้าหมองเพราะราคะย่อมไม่หลุดพ้น ปัญญา ๓ ที่เศร้าหมองเพราะอวิชชา ย่อมไม่เจริญ เพราะสำรอกราคะจึงมีเจโตวิมุตติ เพราะสำรอกอวิชชา จึงมีปัญญา วิมุตติ (๑๑)

พาลวรรคที่ ๓ จบ


๑ เห็นการอยู่เป็นสุขในปัจจุบันของตน หมายถึงการอยู่ผาสุกอันเป็นโลกิยะและโลกุตตระ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๓๑/๓๐)
๒ จิต ในที่นี้หมายถึงมรรคจิต คือจิตในขณะแห่งมรรค (องฺทุก.อ. ๒/๓๒/๓๐)
๓ ปัญญา ในที่นี้หมายถึงมรรคปัญญา คือปัญญาในขณะแห่งมรรค (องฺ.ทุก.อ. ๒/๓๒/๓๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka