พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 20
<< | หน้าที่ 93 | >>
ภิกษุรูปโน้นเป็นธัมมานุสารี ๑ ภิกษุรูปโน้นเป็นสัทธานุสารี ๒ ภิกษุรูปโน้นมีศีลมี กัลยาณธรรม ภิกษุรูปโน้นทุศีลมีธรรมเลวทราม” ภิกษุเหล่านั้นได้ลาภเพราะเหตุนั้น เธอทั้งหลายครั้นได้ลาภนั้นแล้ว ต่างติดใจ ลุ่มหลง หมกมุ่น ไม่เห็นโทษ ขาดปัญญา เป็นเครื่องสลัดออก บริโภคอยู่ บริษัทนี้เรียกว่า บริษัทที่หนักในอามิส ไม่หนักใน สัทธรรม
บริษัทที่หนักในสัทธรรม ไม่หนักในอามิส เป็นอย่างไร
คือ บริษัทใดในธรรมวินัยนี้มีพวกภิกษุไม่กล่าวสรรเสริญคุณของกันและกัน ต่อหน้าคฤหัสถ์ผู้นุ่งผ้าขาวว่า “ภิกษุรูปโน้นเป็นอุภโตภาควิมุต ภิกษุรูปโน้นเป็น ปัญญาวิมุต ภิกษุรูปโน้นเป็นกายสักขี ภิกษุรูปโน้นเป็นทิฏฐิปัตตะ ภิกษุรูปโน้นเป็น สัทธาวิมุต ภิกษุรูปโน้นเป็นธัมมานุสารี ภิกษุรูปโน้นเป็นสัทธานุสารี ภิกษุรูปโน้นมี ศีลมีกัลยาณธรรม ภิกษุรูปโน้นทุศีลมีธรรมเลวทราม “ภิกษุเหล่านั้นได้ลาภเพราะ เหตุนั้น เธอทั้งหลายครั้นได้ลาภนั้นแล้ว ไม่ติดใจ ไม่ลุ่มหลง ไม่หมกมุ่น มองเห็น โทษ มีปัญญาเป็นเครื่องสลัดออก บริโภคอยู่ บริษัทนี้เรียกว่า บริษัทที่หนักใน สัทธรรม ไม่หนักในอามิส
ภิกษุทั้งหลาย บริษัท ๒ จำพวกนี้แล
บรรดาบริษัท ๒ จำพวกนี้ บริษัทที่หนักในสัทธรรม ไม่หนักในอามิสเป็น เลิศ (๗)
[๕๐] ภิกษุทั้งหลาย บริษัท ๒ จำพวกนี้
บริษัท ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ
๑. บริษัทที่ไม่เรียบร้อย ๒. บริษัทที่เรียบร้อย
บริษัทที่ไม่เรียบร้อย เป็นอย่างไร