Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 20 หน้าที่ 213

<< | หน้าที่ 213 | >>
คือ ภิกษุชั่วในธรรมวินัยนี้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ประกอบด้วยอันตคาหิกทิฏฐิ ภิกษุ ชั่วอาศัยกรรมที่เร้นลับ เป็นอย่างนี้แล

ภิกษุชั่วอาศัยผู้มีอิทธิพล เป็นอย่างไร

คือ ภิกษุชั่วในธรรมวินัยนี้อาศัยพระราชาหรือมหาอำมาตย์ของพระราชา ภิกษุ นั้นคิดอย่างนี้ว่า “ถ้าใครจักกล่าวหาอะไรเรา พระราชาหรือมหาอำมาตย์ของพระ ราชาเหล่านี้ก็จักว่าคดีความช่วยปกป้องเรา” ถ้าใครว่ากล่าวอะไรภิกษุนั้น พระราชา หรือมหาอำมาตย์ของพระราชานั้นต่างก็ว่าคดีความช่วยปกป้องเธอ ภิกษุชั่วอาศัยผู้ มีอิทธิพล เป็นอย่างนี้แล

ภิกษุชั่วประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ถูก ทำลาย มีความเสียหาย ถูกผู้รู้ติเตียน และประสพสิ่งที่ไม่ใช่บุญเป็นอันมาก

มหาโจรสูตรที่ ๑๑ จบ


จูฬวรรคที่ ๕ จบ


รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ


๑. สัมมุขีภาวสูตร ๒. ติฐานสูตร

๓. อัตถวสสูตร ๔. กถาปวัตติสูตร

๕. ปัณฑิตสูตร ๖. สีลวันตสูตร

๗. สังขตลักขณสูตร ๘. อสังขตลักขณสูตร

๙. ปัพพตราชสูตร ๑๐. อาตัปปกรณียสูตร

๑๑. มหาโจรสูตร

ปฐมปัณณาสก์ จบบริบูรณ์


๑ อันตคาหิกทิฏฐิ หมายถึงความเห็นผิดแล่นไปสุดโต่งข้างใดข้างหนึ่ง มี ๑๐ ประการ คือเห็นว่า (๑) โลก เที่ยง (๒) โลกไม่เที่ยง (๓) โลกมีที่สุด (๔) โลกไม่มีที่สุด (๕) ชีวะกับสรีระ เป็นอย่างเดียวกัน (๖) ชีวะกับ สรีระเป็นคนละอย่าง (๗) หลังจากตายไปตถาคตเกิดอีก (๘) หลังจากตายไปตถาคตไม่เกิดอีก (๙) หลัง จากตายไปตถาคตเกิดอีกก็ใช่ ไม่เกิดอีกก็ใช่ (๑๐) หลังจากตายไป ตถาคตเกิดอีกก็ไม่ใช่ ไม่เกิดอีกก็ไม่ใช่ (อง.ทสก. ๒๔/๙๓/๑๔๙, องฺ.ติก.อ. ๒/๕๑/๑๕๖) ชีวะ ในที่นี้หมายถึงวิญญาณอมตะหรืออาตมัน (Soul) (ตามนัย อภิ.ปญฺจ. ๑/๑/๑๒๙) ตถาคต ในที่นี้เป็นคำที่ลัทธิอื่น ๆ ใช้กันมาก่อนพุทธกาล หมายถึงอัตตา (อาตมัน) ไม่ได้หมายถึงพระพุทธเจ้า อรรถกถาอธิบายหมายถึงสัตตะ (ที.สี.อ. ๖๕/๑๐๘))

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka