Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 20 หน้าที่ 320

<< | หน้าที่ 320 | >>
ภิกษุผู้มีความเพียร มีความเข้มแข็ง

มีปัญญา เพ่งพินิจ มีสติ

คุ้มครองอินทรีย์ ครอบงำทุกทิศด้วยอัปปมาณสมาธิ

ประพฤติอธิสีลสิกขา อธิจิตตสิกขา และอธิปัญญาสิกขา

เมื่อก่อนฉันใด ภายหลังก็ฉันนั้น

ภายหลังฉันใด เมื่อก่อนก็ฉันนั้น

เบื้องต่ำฉันใด เบื้องบนก็ฉันนั้น

เบื้องบนฉันใด เบื้องต่ำก็ฉันนั้น

กลางวันฉันใด กลางคืนก็ฉันนั้น

กลางคืนฉันใด กลางวันก็ฉันนั้น

ภิกษุเช่นนั้น บัณฑิตกล่าวว่าเป็นนักศึกษา

เป็นนักปฏิบัติ และมีความประพฤติบริสุทธิ์

ภิกษุเช่นนั้น บัณฑิตกล่าวว่าเป็นผู้ตรัสรู้ชอบ

เป็นนักปราชญ์ เป็นผู้ถึงที่สุดแห่งการปฏิบัติในโลก

ท่านผู้ประกอบด้วยวิมุตติอันเป็นที่สิ้นตัณหา

ย่อมมีจิตหลุดพ้นจากสังขารธรรมเพราะวิญญาณดับสนิท

เหมือนความดับแห่งประทีปฉะนั้น

ทุติยสิกขัตตยสูตรที่ ๑๐ จบ


๑๑. ปังกธาสูตร


ว่าด้วยตำบลปังกธา


[๙๒] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในแคว้นโกศล พร้อมด้วย ภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ เสด็จถึงตำบลของแคว้นโกศลชื่อปังกธา ทราบว่า พระผู้มีพระ ภาคประทับอยู่ ณ ตำบลปังกธาของชาวโกศลนั้น

๑ อัปปมาณสมาธิ หมายถึงสมาธิที่สัมปยุตด้วยอรหัตตมรรค (องฺ.ติก.อ. ๒/๙๑/๒๔๕)
๒ ตรัสรู้ชอบ ในที่นี้หมายถึงตรัสรู้อริยสัจ ๔ (องฺ.ติก.อ. ๒/๙๑/๒๔๕)

สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka