กิจที่ภิกษุต้องรีบทำ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. การสมาทานอธิสีลสิกขา (สิกขาคือศีลอันยิ่ง)
๒. การสมาทานอธิจิตตสิกขา (สิกขาคือจิตอันยิ่ง)
๓. การสมาทานอธิปัญญาสิกขา (สิกขาคือปัญญาอันยิ่ง)
กิจที่ภิกษุต้องรีบทำ ๓ ประการนี้แล
ภิกษุนั้นไม่มีฤทธิ์หรืออานุภาพที่จะบันดาลว่า “วันนี้แล พรุ่งนี้ หรือมะรืนนี้ จิตของเราจงหลุดพ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น” ภิกษุทั้งหลาย แท้ที่จริง จิตของ ภิกษุนั้นผู้ศึกษาอธิสีลสิกขา อธิจิตตสิกขา และอธิปัญญาสิกขา มีระยะเวลาที่จะ หลุดพ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น
ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า “เราจักมี ความพอใจอย่างยิ่งในการสมาทานอธิสีลสิกขา เราจักมีความพอใจอย่างยิ่งในการ สมาทานอธิจิตตสิกขา เราจักมีความพอใจอย่างยิ่งในการสมาทานอธิปัญญาสิกขา”
ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล
อัจจายิกสูตรที่ ๑ จบ
๒. ปวิเวกสูตร
ว่าด้วยความสงัดจากกิเลส
[๙๔] ภิกษุทั้งหลาย พวกอัญเดียรถีย์ปริพาชก บัญญัติความสงัดจากกิเลส ไว้ ๓ ประการนี้
ความสงัดจากกิเลส ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. ความสงัดจากกิเลสเพราะอาศัยจีวร
๒. ความสงัดจากกิเลสเพราะอาศัยบิณฑบาต
๓. ความสงัดจากกิเลสเพราะอาศัยเสนาสนะ