๓. สรทสูตร
ว่าด้วยธรรมจักษุกับท้องฟ้าในสารทกาล
[๙๕] ภิกษุทั้งหลาย เมื่อท้องฟ้าแจ่มใสปราศจากเมฆหมอกในสารทกาล
๑ ดวง อาทิตย์ส่องแสงไปทั่วท้องฟ้า ขจัดความมืดมัวที่อยู่ในอากาศทั้งหมด ส่องแสง แผด แสงและส่องสว่างอยู่ ฉันใด
ฉันนั้นเหมือนกันแล เมื่อธรรมจักษุ
๒ ที่ปราศจากธุลี ปราศจากมลทินเกิดแก่ อริยสาวก พร้อมกับการเกิดขึ้นแห่งทัสสนะ อริยสาวกย่อมละสังโยชน์
๓ ประการ คือ สักกายทิฏฐิ (ความเห็นว่าเป็นตัวของตน) วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) และ สีลัพพตปรามาส (ความถือมั่นศีลพรต)
ลำดับต่อมา อริยสาวกออกจากธรรม ๒ ประการ คือ อภิชฌา (ความเพ่งเล็ง อยากได้ของเขา) และพยาบาท (ความคิดร้าย) อริยสาวกนั้นสงัดจากกามและอกุศล ธรรมทั้งหลาย บรรลุปฐมฌานที่มีวิตก วิจาร ปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวกอยู่
ภิกษุทั้งหลาย ถ้าอริยสาวกพึงตายลงในขณะนั้น เธอไม่มีสังโยชน์ที่เป็นเหตุ ให้ต้องกลับมาสู่โลกนี้อีก
สรทสูตรที่ ๓ จบ
๔. ปริสาสูตร
ว่าด้วยบริษัท
[๙๖] ภิกษุทั้งหลาย บริษัท ๓ จำพวกนี้
บริษัท ๓ จำพวกไหนบ้าง คือ
๑. บริษัทที่มีหัวหน้ายอดเยี่ยม ๒. บริษัทที่แตกแยกกัน
๓. บริษัทที่สามัคคีกัน