Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 21 หน้าที่ 49

<< | หน้าที่ 49 | >>
๓. ถ้าติเตียน คัดค้านสัมมาสติที่จัดเป็นธรรมบท ก็ชื่อว่าเป็นผู้บูชา สรรเสริญสมณะหรือพราหมณ์ผู้มีสติหลงลืม ไม่มีสัมปชัญญะ

๔. ถ้าติเตียน คัดค้านสัมมาสมาธิที่จัดเป็นธรรมบท ก็ชื่อว่าเป็นผู้ บูชาสรรเสริญสมณะหรือพราหมณ์ผู้มีจิตไม่ตั้งมั่น มีจิตกวัดแกว่ง

บุคคลใดสำคัญธรรมบท ๔ ประการนี้ว่าควรติเตียน ควรคัดค้าน บุคคลนั้น ย่อมได้รับฐานะ ๔ ประการพร้อมทั้งเหตุคล้อยตามวาทะไม่ชอบธรรม ที่น่าติเตียน ในปัจจุบัน ปริพาชกชื่อวัสสะและภัญญะ ผู้อยู่ในอุกกลชนบท เป็นอเหตุกวาทะ อกิริยวาทะ นัตถิกวาทะ สำคัญธรรมบท ๔ ประการนี้ว่าไม่ควรติเตียน ไม่ควร คัดค้าน ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะกลัวการนินทา การกระทบกระทั่ง และการ กล่าวให้ร้าย”

บุคคลผู้ไม่พยาบาท

มีสติทุกเมื่อ มีจิตตั้งมั่นดีภายใน

ผู้ศึกษาในธรรมเป็นเครื่องกำจัดอภิชฌา

เราเรียกว่า ผู้ไม่ประมาท

ปริพพาชกสูตรที่ ๑๐ จบ


อุรุเวลวรรคที่ ๓ จบ


รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ


๑. ปฐมอุรุเวลสูตร ๒. ทุติยอุรุเวลสูตร

๓. โลกสูตร ๔. กาฬการามสูตร

๕. พรหมจริยสูตร ๖. กุหสูตร

๗. สันตุฏฐิสูตร ๘. อริยวังสสูตร

๙. ธัมมปทสูตร ๑๐. ปริพพาชกสูตร

๑ อเหตุกวาทะ หมายถึงลัทธิที่ถือว่าไม่มีเหตุปัจจัย เพื่อความบริสุทธิ์แห่งสัตว์ทั้งหลาย (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๓๐/๓๒๖)
๒ อกิริยวาทะ หมายถึงลัทธิที่ถือว่าการกระทำไม่ว่าจะดีหรือชั่วย่อมไม่มีผล (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๓๐/๓๒๖)
๓ นัตถิกวาทะ หมายถึงลัทธิที่ถือว่าทานที่บุคคลให้แล้ว ไม่มีผล (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๓๐/๓๒๖)

สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka